• ตร.ชี้คดีหญิงไก่แจ้งความเท็จสรุปสำนวนสั่งฟ้องส.ค.นี้

    รักษาราชการแทนผู้บังคับการกองปราบปราม เผยคดี ‘หญิงไก่’ แจ้งความเท็จ สรุปสำนวนส่งอัยการสั่งฟ้องได้ภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) ในฐานะรักษาราชการแทนผู้บังคับการกองหยิงไก่ปราบปราม (รรท.ผบก.ป.) เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้าคดี นางมณตา หยกรัตนกาญ หรือ หญิงไก่ ว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างเรียบเรียงข้อมูลหลักฐาน ซึ่งได้ทำการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องครบทั้งหมดแล้ว คาดว่าภายใน

    สิ้นเดือนสิงหาคมนี้ จะสามารถสรุปสำนวนส่งอัยการสั่งฟ้องได้อย่างแน่นอน แต่ยังไม่สามารถกำหนดวันได้ โดยเฉพาะในข้อหาแจ้งความเท็จ ส่วนความผิดหมิ่นสถาบันเบื้องสูงตามมาตรา 112 นั้น ทางพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานและสรุปสำนวนใกล้เสร็จแล้ว โดยมีความพร้อมที่จะส่งสำนวนให้อัยการสั่งฟ้องแล้วเช่นกัน

    เราได้คัดสรรบริการเกมส์ คาสิโนออนไลน์ gclubslot ชั้นนำมาให้ท่านลูกค้าได้เลือกเล่นกันมากมาย ส่วนมากจะเป็นบริการที่ได้รับความนิยม และรู้จักันดีอยุ่แล้ว ท่านที่ชอบพนันบอลออนไลน์ไม่ควรพลาด สมัครง่ายเดิมพันสนุก กับเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง

     

    ที่เว็บไซต์ : sbobetgroup.com

     


  • จับตัวได้แล้ว หนุ่มคลิปลวนลามนักเรียน อ้างวันนั้นเมาหนัก

    ตำรวจจับได้แล้ว หนุ่มในคลิปเป็นโรคจิตลวนลามนักเรียนสาวบนรถสองแถว เจ้าตัวจำนนต่อหลักฐาน สารภาพว่าวันนั้นทะเลาะกับพี่ เพราะเมาหนัก-ขาดสติ    จากกรณีที่มีการแชร์เตือนภัยโรคจิตหนุ่มคนหนึ่ง ที่พยายามกระทำการลวนลามเด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่งบนรถโดยสารสองแถว กลายเป็นคลิปที่สังคมออนไลน์ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจตามติดตามจับกุมตัวชายคนดังกล่าวเอาไว้ได้โรคจิตตามรายงานระบุว่า เมื่อวานนี้ (24 ส.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางแก้ว จ.สมุทรปราการ ได้ควบคุมตัว นายวระชิต อายุ 39 ปี ชายที่ปรากฏอยู่ในคลิปโรคจิตพยายามลวนลามเด็กสาวดังกล่าว มาสอบสวนที่สถานที่ตำรวจ โดยสามารถติดตามจับตัวได้ที่ริมถนนย่านเขตประเวศ กรุงเทพฯ

    จากการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้นำเอาคลิปที่ตกเป็นข่าวให้กับผู้ต้องหาดู ก่อนจะยอมรับสารภาพว่าเป็นตนเองที่อยู่คลิปจริงๆ นายวระชิต ให้การอ้างว่า ปกติตนทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่ที่ย่านเพชรบุรีตัดใหม่ วันที่เกิดเหตุได้ดื่มสุราเข้าไป ทำให้เกิดอาการมึนเมาและยังมีปากเสียงทะเลาะกับพี่ชาย

    ต่อมาจึงได้นั่งโดยสารออกมาจากที่พัก โดยขึ้นรถสองแถวที่ขับไปตามถนนบางนา-ตราด ท่ามกลางผู้โดยสารที่มีตลอดเส้นทาง แต่ตนไม่ทันรู้ตัวว่าได้ทำพฤติกรรมเช่นนั้นออกไป เพราะขาดสติอย่างมากจากการดื่มสุรา    สำหรับกรณีดังกล่าวมีผู้เสียหายได้นำคลิปดังกล่าวมาเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.บางแก้ว เมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา กระทั่งติดตามสืบสวนหาตัวผู้ก่อเหตุ กระทั่งทราบว่าเป็น นายวระชิต จึงได้ควบคุมตัวมาสอบสวนดังกล่าว

    ทั้งนี้ เมื่อผู้ต้องหาให้การรับสารภาพจึงได้แจ้งข้อหากระทำอานาจารเด็กอายุเกิน 15 ปี โดยขู่เข็นด้วยปราการใดๆหรือใช้กำลัง ตามประมวลกฎหมาย ป.วิอาญา มาตรา 278 ทวิ 3 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับ 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดตามกฎหมายต่อไป


  • เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ของดีน่าปลื้ม ดาษดื่นด้วยคุณค่าทางอาหาร

    เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ถั่วอีกชนิดที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณประโยชน์ รู้จักกันให้ดีอีกนิดแล้วจะรักมากกว่าเดิม

    มะม่วง

    ถ้าว่ากันด้วยเรื่องของถั่วแล้ว ก็เป็นอาหารจำพวกโปรตีนอีกชนิดที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพไม่น้อย แถมยังมีให้เลือกรับประทานอีกหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นถั่วปากอ้า ถั่วลิสง อัลมอนด์ พิสตาชิโอ และถั่วอีกชนิดหนึ่งที่มีรสชาติอร่อยและเป็นที่ชื่นชอบของคนไม่น้อยก็ได้แก่ “เม็ดมะม่วงหิมพานต์” แม้ว่าชื่อจะดูไม่เหมือนเป็นถั่ว

    แต่ขอบอกเลยล่ะว่านี่เป็นถั่วอีกชนิดที่น่าสนใจและอยากให้ได้ลิ้มลองกัน เพราะนอกจากจะอร่อยแล้ว ก็ยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูง กินแล้วดีกับสุขภาพ เกริ่นกันมาขนาดนี้ ถ้าไม่พาไปทำความรู้จักกับเจ้าเม็ดถั่วรูปร่างเหมือนนวมนักมวยละก็คงไม่ได้แล้ว ถ้าอย่างนั้นจัดไป !มะม่วงหิมพานต์ เป็นพืชพื้นเมืองของบราซิล มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบป่าฝนอเมซอน

    พบครั้งแรกโดยนักสำรวจชาวโปรตุเกส ส่วนที่เรานำมาทานคือเนื้อในของเมล็ด โดยเมล็ดจะติดอยู่ที่ปลายผลซึ่งมีลักษณะคล้ายกับชมพู่ ซึ่งเม็ดมะม่วงหิมพานต์นั้นมีลักษณะเม็ดคล้ายกับนวมของนักมวย นิยมนำมารับประทานเปล่า ๆ หรือนำไปปรุงกับอาหารคาวหวานต่าง ๆ เนื่องจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์มีรสชาติหวานมันกว่าถั่วชนิดอื่น อีกทั้งคุณค่าทางโภชนาการก็ยังสูงอีกด้วย เหมาะสำหรับรับประทานเพื่อบำรุงสุขภาพค่ะ


  • สะพานโกลเด้นเกต ซานฟรานซิสโก

    มีรถยนต์ข้ามไปมา มีเรือแล่นผ่านข้างใต้ตลอดเวลา แต่การจะชมสะพานที่เป็นสัญลักษณ์ที่ดีที่สุดนี้ก็คือการเดินเท้า

    สะพาน
    สะพานนี้เป็นหนึ่งในสะพานที่ปรากฏในภาพถ่ายมากที่สุดในโลก และถึงแม้จะมีหมอกปกคลุมเสียเป็นส่วนใหญ่แต่ก็ยังเป็นภาพที่ชวนตะลึงและสร้างความประทับใจได้ทุกครั้งที่พบเห็น ที่นี่ให้ทั้งความตื่นเต้นเกินบรรยายและเป็นแรงบันดาลใจด้วยขนาด สัดส่วนและความงดงามของโครงสร้าง ที่นี่ถือเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของสถาปัตยกรรมอเมริกัน มีความยาว 1.7 ไมล์ (2.7 กิโลเมตร) ข้าม “โกลเด้นเกต” หรือประตูทองที่เปิดจากอ่าวซานฟรานซิสโกออกสู่น่านน้ำมหาสมุทรแปซิฟิก
    สะพานแขวนช่วงเดี่ยวนี้เชื่อมโยงซานฟรานซิสโกเข้ากับมารินเคาท์ตี ใช้เวลาในการก่อสร้างสี่ปี เปิดให้สัญจรได้ในปี ค.ศ. 1937 และออกแบบมาให้รองรับกระแสลมที่แรงกว่า 100 ไมล์ (161 กิโลเมตร) ต่อชั่วโมง ขณะที่สร้างเสร็จนั้น สะพานโกลเด้นเกตถือเป็นสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในโลก แต่หลังจากนั้นได้มีการทำลายสถิติไปแล้วหลายครั้ง
    สิ่งปลูกสร้างนี้เป็นจุดชมวิวเบย์แอเรีย แนวเส้นขอบฟ้าของเมือง มหาสมุทรแปซิฟิกและมารินเฮดแลนด์ทางฟากเหนือของสะพาน ถ้าอยากชมวิวให้จุใจและได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของสะพาน ขอแนะนำให้ปั่นจักรยานหรือเดินข้าม ถ้าคุณขับรถคุณจะต้องมัวจดจ่ออยู่กับการจราจร
    คนเดินถนนสามารถใช้สะพานได้เฉพาะช่วงที่เป็นเวลากลางวัน และสามารถเดินตามทางเดินเท้าด้านตะวันออก มีเครื่องกีดขวางตลอดแนวถนนเพื่อกั้นส่วนของคนเดินเท้าจากการจราจร นักปั่นจักรยานสามารถใช้ทางเดินเท้าทั้งด้านตะวันตกและตะวันออก ในที่สูงเหนือท้องน้ำเช่นนี้มักจะมีลมแรงมาก ดังนั้นขอแนะนำให้สวมใส่เสื้อผ้าหลายๆ ชั้นแม้ในช่วงฤดูร้อน
    เพลิดเพลินกับวิวสวยๆ บนสะพานโกลเด้นเกตจากจุดชมวิวที่ส่วนเหนือของสะพานในมารินเคาท์ตี ทิวทัศน์ตระการตามีให้ชมทุกช่วงของวัน ไม่ว่าจะเป็นตอนเช้าตรู่ที่ค่อยๆ สะท้อนแสงอ่อนๆ ของดวงอาทิตย์ในตอนเช้า และในยามค่ำคืนที่ประกายแสงระยิบระยับสะท้อนผืนน้ำสีเข้ม


  • สุดยอดช่างดาบแห่งยุค

    สี่ร้อยปีผ่านมา เข้าสู่สมัยคามาคูระ (Kamakura Period) ราวปีพ.ศ.๑๗๓๕-๑๘๗๙ จักรพรรดิบอกให้ช่างตีดาบศึกษาวิธีการตีเหล็กจากยุคโบราณ ยุคนี้ถือเป็นจุดเริ่ม ยุคทองของดาบซามูไร มีการพัฒนาดาบให้ดีขึ้นกว่าเดิมเมื่อกว่า ๔๐๐ ปีก่อน ถือเป็นเทคนิคที่สุดยอดของดาบ มีการเพิ่มวิธีการผสมเหล็กสองชนิดเข้าด้วยกัน เหล็กที่มีความแข็งจะมีปริมาณคาร์บอนสูง ใช้ทำเป็นตัวดาบ และเหล็กอ่อนที่มีปริมาณคาร์บอนต่ำ ใช้ทำเป็นไส้ดาบเพื่อให้ยืดหยุ่นดาบซามูไร

    จากเหล็กสองชนิดที่ถูกนำมาพับและตีมากกว่าสิบชั้น ทำให้เกิดชั้นเล็กๆ เป็นทวีคูณเป็นหมื่นชั้น ช่างตีดาบจะพับเหล็กแข็งให้เป็นรูปตัวยู และนำเหล็กอ่อนมาวางไว้ตรงกลางเพื่อทำเป็นไส้ใน แล้วนำไปหลอมและตีรวมกันให้แผ่ออกเป็นใบดาบ จากนั้นนำไปหลอมในอุณหภูมิที่เหมาะสมซึ่งมากกว่า ๗๐๐ องศาเซลเซียส แล้วจึงนำมาแช่น้ำเย็น

    การแช่น้ำต้องระมัดระวังมาก หากแช่ไม่ดีดาบจะโค้งเสียรูป เหล็กที่มีความแข็งต่างกัน เมื่อทำให้เย็นทันทีจะหดตัวต่างกัน ถือเป็นเคล็ดลับที่ทำให้ใบดาบโค้งได้รูปตามธรรมชาติ

    ดาบสามารถฟันคอขาดได้เพียงครั้งเดียว บาดแผลที่ได้รับจากดาบจะเจ็บปวดมาก ซามูไรยังต้องเรียนรู้การใช้ดาบอย่างช่ำชองว่องไวและคล่องแคล่ว ให้เปรียบเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย จากความสามารถนี้เองทำให้ซามูไรเพียงคนเดียว สามารถสังหารศัตรูที่รายล้อมตน กว่าสิบคนได้ภายในชั่วพริบตาด้วยดาบเพียงเล่มเดียว

    แต่ประเพณีการต่อสู้ของชนชั้นซามูไร คือการต่อสู้ “ตัวต่อตัวอย่างมีมารยาทด้วยดาบ” ผู้แพ้ที่ยังมีชีวิตอยู่คือผู้ที่ไร้เกียรติ ซามูไรจึงไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้ การฆ่าตัวตายอย่างสมเกียรติด้วยการทำ “เซปปุกุ” คือเกียรติยศของซามูไร


  • พระตี๋ เสียดายสึกกลางพรรษา วอนจบหวั่นกระทบศาสนา

    พระตี๋ ไม้สูงเนิน หรือ พระเสริมศักดิ์ ธรรมะสโร อายุ 21 ปี พระที่รูปร่างเล็กที่สุดในไทย ซึ่งมีส่วนสูงเพียง 99 เซนติเมตร ได้บวชเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 59 เพื่อทดแทนพระคุณนางแพง ไม้สูงเนิน มารดา โดยมีความตั้งใจว่าจะบวชให้แม่อย่างน้อย 1 พรรษา ซึ่งหลังจากบวชได้เพียง 1 สัปดาห์ นางแพง มารดาของพระตี๋ก็เสียชีวิตอย่างกะทันหันด้วยอาการป่วย แต่เป็นการเสียชีวิตอย่างสงบ ถือว่าสมความตั้งใจของนางแพงที่อยากเห็นชายผ้าเหลืองของลูกชายก่อนเสียชีวิต แต่พระตี๋ก็ยังคงความตั้งใจที่จะบวชให้ครบ 1 พรรษา ต่อไปพระตี๋แต่เมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้มีคำสั่งจากพระผู้ใหญ่ใน จ.จันทบุรี ให้สึกพระตี๋อย่างกะทันหัน เป็นการให้สึกกลางพรรษา ซึ่งผิดจารีตประเพณีของการบวช ที่จะไม่มีการสึกกลางพรรษาอย่างเด็ดขาด เพราะเชื่อว่า จะทำให้ชีวิตล้มเหลวในทุกๆ ด้าน คำสั่งให้สึกดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากพระตี๋ บวชได้เพียง 1 เดือน ท่ามกลางความเสียใจของชาว อ.สอยดาว ที่รู้ข่าว เนื่องจากในช่วงเวลาที่พระตี๋ครองเพศบรรพชิต ชาวบ้านต่างก็เห็นในความตั้งใจต่อการปฎิบัติธรรมและปฎิบัติกิจของสงฆ์อย่างเคร่งครัด โดยที่ขนาดร่างกายไม่ได้เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด

    เมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดผาสุก พบว่า ชาวบ้านต่างจับกุมวิพากษ์วิจารณ์คำสั่งดังกล่าวกัน ตรงกันข้ามกับ นายตี๋ ที่มีอาการนิ่งสงบ ตั้งใจฟังเทศน์ทำบุญเนื่องในวันพระ โดยมี พระคล้าย เทวะธรรมโม เจ้าอาวาสวัดผาสุก ชี้แจ้งเหตุผลที่นายตี๋ถูกสึกให้ญาติโยมที่มาทำบุญฟังว่า เนื่องจากเป็นคำสั่งของ พระเลขาของเจ้าอาวาสวัดทับช้าง อ.สอยดาว ว่า พระตี๋เป็นบุคคลพิการ ร่างกายไม่สมประกอบ เป็นภาระของพระสงฆ์รูปอื่น ส่วนอาตมาเป็นเพียงพระผู้น้อย ไม่สามารถขัดคำสั่งได้

    ด้าน นายกฤษฎา จันทรา ผู้ใหญ่บ้านผาสุก เปิดเผยว่า คำสั่งให้สึกพระตี๋สร้างความเสียใจและเสียดายแก่ชาวบ้าน เนื่องจากรู้กันดีว่า พระตี๋ ตั้งใจบวชเพื่อทดแทนบุญคุณแม่ ความตั้งใจนี้สร้างความศรัทธายินดีแก่ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านไปตามๆ กัน ซึ่งชาวบ้านต่างเห็นความตั้งใจของพระตี๋ในการปฏิบัติธรรม และปฎิบัติกิจของสงฆ์อย่างเต็มที่ พระตี๋เดินบิณฑบาตทุกวัน ไม่ให้เป็นภาระพระเณรในการแสวงหาอาหารเพื่อฉัน กระทั่งชาวบ้านรู้สึกศรัทธา ไม่อยากให้พระตี๋ลำบากในการเดินบิณฑบาต จะสร้างรถเข็นให้พระตี๋นั่งบิณฑบาต โดยชาวบ้านอาสาเข็นให้ แต่พระตี๋ปฎิเสธ ไม่อยากให้เป็นภาระของชาวบ้าน รวมทั้งพระตี๋ยังได้ศึกษาธรรมะ ทำวัตร นั่งสมาธิเช้าเย็นเป็นประจำ ด้วยความตั้งใจนี้ ทำให้มีชาวพุทธส่วนหนึ่งเกิดความศรัทธา ติดต่อขอเป็นเจ้าภาพกฐินให้วัดผาสุกในวันออกพรรษา โดยติดต่อมาแล้วถึง 2 ราย

    ด้านพระตี๋ เปิดเผยว่า รู้สึกงง ทำอะไรไม่ถูกในวันที่ถูกสั่งให้สึก ซึ่งได้รับแจ้งจากพระในวัดผาสุกว่า พระผู้ใหญ่สั่งให้สึกตน หากตนไม่สึก พระในวัดผาสุกจะเดือดร้อน ตนไม่อยากให้ใครเดือดร้อนเพราะตน จึงยอมสึกไปอย่างเสียดาย เสียความตั้งใจที่จะบวชให้แม่อย่างน้อย 1 พรรษา และหากสามารถเปลี่ยนแปลงคำสั่งได้ ตนก็พร้อมจะกลับมาบวชใหม่เพื่อแม่อีกครั้ง


  • เปิดใจ รปภ.ฮีโร่ อุ้มระเบิดไปทิ้ง ขอตายคนเดียวเพื่อส่วนรวม

    (14 ส.ค.) น.ส.เฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ได้เดินทางไปยังศูนย์การค้าไชน่าทาวน์พลาซ่า ซึ่งเป็นจุดที่คนร้ายนำวัตถุต้องสงสัย หรือระเบิดเพลิง ไปวางไว้ในร้านจำหน่ายเสื้อผ้า เพื่อมอบเงินรางวัลให้กับ นายกำธร เกตแก้ว เจ้าหน้าที่ รปภ. ชาวกระบี่ รวมทั้ง นางสาวสีตลา ตันมาลาทอง คนดูแลร้าน และ พนักงานชาวเนปาล ที่ช่วยกันสังเกตจนพบวัตถุต้องสงสัยและนำไปทิ้งในถังน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุระเบิดขึ้นยามหัวใจฮีโร่

     

    ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา คนร้ายได้ทำทีเข้าไปซื้อของที่ร้านจำหน่ายเสื้อผ้า และ นำวัตถุต้องสงสัยไปวางไว้ในร้าน แต่โชคดีที่คนดูแลร้านเห็นผิดสังเกตจึงเข้าตรวจสอบ เมื่อพบว่าภายในมีทั้งโทรศัพท์ และสายไฟ ไม้ขีดไฟ และเหล้าแห้งบรรจุอยู่จึงตัดสินใจให้เด็กในร้านนำไปทิ้งในถังน้ำที่บริเวณหน้าร้าน ขณะที่ รปภ.ซึ่งอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุได้เข้าไปตรวจสอบ เมื่อพบว่ามีการต่อวงจรคล้ายระเบิดจึงตัดสินใจอุ้มถังน้ำขนาด 20 ลิตร ไปทิ้งที่ลานจอดรถ ก่อนแจ้งตำรวจตรวจสอ

    นางสาวสีตลา ตันมาลาทอง ผู้ดูแลร้าน กล่าวเปิดใจกับผู้สื่อข่าว ถึงนาทีพบวัตถุต้องสงสัยมีการต่อวงจร ไว้แล้วว่า ก่อนเกิดเหตุมีผู้ชาย 2 คน แต่งตัวสวมหมวกปิดบังใบหน้า และสวมหน้ากากอนามัย รวมทั้งสวมถุงมือ เดินเข้ามาหาซื้อเสื้อผ้าในร้านเพื่อซื้อเสื้อ แต่หลังจากนั้นตนสังเกตเห็นว่าเสื้อผ้าวางไม่เรียบร้อยจึงเข้าไปจัด ขณะที่กำลังจัดเสื้อผ้าก็สังเกตเห็นถุงใส่โทรศัพท์ วางอยู่และมีการนำเสื้อผ้ามาวางทับไว้ แต่ถามพนักงานทางพนักงานยืนยันว่าไม่ใช่โทรศัพท์ของตัวเอง จึงตัดสินใจเปิดถุงออกดูแล้วก็ต้องตกตะลึง เพราะสิ่งที่เห็นเชื่อได้ว่าน่าจะเป็นระเบิด เพราะภายในกล่องมีทั้งโทรศัพท์มือถือ สายไฟที่ต่อพ่วงกับพาวเวอร์แบงค์ เหล้าแห้งลักษณะเป็นเจล และไม้ขีดไฟ

    เมื่อเห็นดังนั้นก็คิดว่าเป็นระเบิดอย่างแน่นอน จึงตัดสินใจให้พนักงานนำไปทิ้งในถังน้ำที่อยู่หน้าร้าน เนื่องจากคิดว่าน้ำจะช่วยตัดวงจรไฟฟ้าที่ต่อไว้ทำให้ระเบิดไม่ทำงานได้ หลังจากนั้นก็มีคนมาหยิบดูก็เห็นไฟกระพริบๆ จึงได้เรียก รปภ. เข้ามาตรวจสอบ ซึ่งตนทราบเพียงว่ามีการยกออกไปด้านนอก แต่ก็ไม่ได้ตามไปดู

    ขณะที่ นายกำธร เกตุแก้ว รปภ.ที่อุ้มถังน้ำที่มีระเบิดอยู่ภายในไปวางที่ลานจอดรถห่างจากจุดที่พบประมาณ 800 เมตร เล่าถึงนาทีระทึก ว่า ตอนนั้นกำลังจะกลับบ้านพักเนื่องจากเลิกงานแล้ว แต่มีคนเรียกว่ามีระเบิดจึงเข้าไปดู เมื่อเห็นวัตถุที่ใส่อยู่ในถังน้ำก็ตัดสินใจในวินาทีนั้นเลยว่า ตายเป็นตาย และอุ้มถังน้ำขนาดใหญ่ที่ภายในมีระเบิดออกจากจุดที่เกิดเหตุ ซึ่งขณะอุ้มไปก็คิดว่าตายคนเดียวดีกว่าที่จะให้คนส่วนใหญ่ ซึ่งมีทั้งนักท่องเที่ยว และพนักงานขายของในพื้นที่ดังกล่าวซึ่งอยู่กันเป็นจำนวนมากมาตายไปด้วยกัน คิดตลอดเวลาที่อุ้มถังไปตลอดเวลาว่า จะระเบิดตอนไหน

    เมื่อไปถึงลานจอดรถ เพื่อนก็ด่าว่าเอามาทำไม ซึ่งตนก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร คิดเพียงอย่างเดียวว่าจะเอาออกไปจากพื้นที่ที่มีคนอาศัยอยู่จำนวนมากเท่านั้น แต่ก็โชคดีที่ไม่ระเบิดขึ้น ซึ่งตนทำไปก็ไม่ได้หวังอะไร เพียงแต่ต้องการให้ทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นรอดเท่านั้นถ้าเกิดเหตุระเบิดขึ้น ส่วนตนยอมตายคนเดียว แต่ตายให้มีศักดิ์ศรี ตายอย่างมีคุณค่า จึงตัดสินใจทำไป แต่พอมานึกถึงตอนนี้ก็รู้สึกกลัวเหมือนกัน แต่ก็ดีใจที่วันนั้นระเบิดไม่ทำงาน

    นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังนำภาพสเก็ตช์คนร้ายที่คาดว่าจะเป็นนำระเบิดไปวางที่ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต แจกจ่ายไปยังประชาชน และตามห้างร้านต่างๆ พร้อมทั้งสื่อมวลชนแขนงต่างๆ และหากพบเห็นโทร.แจ้งเบาะแสได้ที่เบอร์ 191 ทันที ซึงจะมีภาคเอกชนมอบรางวัลนำจับให้ 1 แสนบาททันกรณีที่นำไปจับกุมตัวได้


  • เทศกาลทาคายาม่า Takayama Festival

    เทศกาลทะคะยะมะเป็นชื่อที่ถูกใช้เรียก “ซันโนะ มัทซูริ”
    ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และหากถูกจัดขึ้นที่วัดซากุระยะมะ ฮะจิมังงูในช่วงเดือนตุลาคมจะเรียก “ฮะจิมัน มัทซูริ” และถือเป็นเทศกาลที่สวยที่สุดอีกเทศกาลนึงของประเทศญี่ปุ่น ขบวนแห่ขนาดใหญ่ ผู้คนกว่า 1,000 คนที่เป็นฉากหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเครื่องแต่งกายและการแสดงดนตรี จนทำให้คุณรู้สึกราวกับย้อนยุคไปช่วงศตวรรษที่ 15
    ทะคะยะมะ
    ขบวนพาเหรดโทเคียรากุนั้นเป็นที่นิยมมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้คนมากมายที่แต่งตัวด้วยหมวกที่ประดับประดาไปด้วยขนนก อีกทั้งยังตีทั้งระฆัง แลให้จังหวะด้วยกลอง และมีเชิดสิงโต เป็นการแสดงที่แสดงการเต้นพร้อมทั้งสวมใส่หัวสิงโต และจะตามด้วยขบวนพาเหรดต่าง ๆ อีกกว่า 10 ขบวน เรียกว่ายะไต ซึ่งมีการผลิด ประดิษฐ์มาหลากหลายเช่นหุ่นชักไยที่คล่องตัวได้ดีมาก ๆ จนทำให้คุณประหลาดใจ และเมื่อตกเย็น โคมไฟหลากสีนับร้อย ๆ ดวงบนรถขบวนแห่นั้น จะทำให้คุณประทับใจไม่รู้ลืม ความมหัศจรรย์ของเทคโนโลยีทางฝั่นตะวันตกและตะวันออกในสมัยเอโดะนั้น (ยุคศตวรรษที่ 17 – 19) ได้ถูกนำมาใช้อย่างเต็มที่กับเทศกาลนี้

    เทศกาลทะคะยะมะ
    นี่ก็คือความภาคภูมิใจของเมืองทะคะยะมะ จากที่เดิมทีอวดช่างฝีมือที่โดดเด่นทางช่างไม้ และช่างแกะสลัก เมืองทะคะยะมะนั้นอยู่ในเขาลูกเล็ก ๆ จากเทือกเขาเอลป์ และถูกเรียกว่าเมืองเกียวโตแห่งภูมิภาคฮิดะ ซึ่งคุณสามารถมองเห็นบ้านทรงบ้านแบบโบราณทั้งแถบ และคุณสามารถเดินเล่นได้บนถนนเส้นนั้น และถ้าเกิดว่าฝนตก คุณสามารถชมขบวนพาเหรดได้โดยไม่เปียกแค่ไปชมขบวนพาเหรดจากโกดัง ร้านค้าต่าง ๆ ที่เปิดประตู หน้าต่างไว้ และถ้าหากคุณสนใจที่จะศึกษาประวัติรถลากเหล่านี้ คุณสามารถไปเยี่ยมชมได้ที่ “Takayama Yatai Kankai”


  • โบรกฯ เผย หุ้นรายตัวเกร็งกำไรระยะสั้น

    นักวิเคราะห์มองดัชนี ‘หุ้นไทย’ วันนี้ผันผวน หลังปรับตัวขึ้นมามากก่อนหน้านี้ และคาดว่าจะมีแรงขายทำกำไรหลังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามาหนุนหุ้นไทย

    บล.ธนชาต ระบุ (10 ส.ค.) ดัชนีหุ้นไทยทดสอบเป้าหมาย 1,550 จุดเร็วกว่าคาด ซึ่งอาจทำให้มีความผันผวนระยะสั้นตามมา แต่ด้วย 1) สภาพคล่องที่ยังสูงทั่วโลก และต่างชาติยังถือหุ้นไทยต่ำในรอบหลายปี หรือ 30% ของมูลค่าตลาด เทียบกับจุดสูงสุดที่ 35-36% 2) การปรับประมาณการกำไรของนักวิเคราะห์ต่อเนื่อง และ 3) ความชัดเจนทางการเมือง ทำให้ Downside จำกัดที่ 1,520 +/- จุด และคงเป้าหมายสิ้นปีที่ 1,620 จุด

    แนะนำซื้อหุ้นที่เป็นเป้าหมายการไหลเข้าของกระแสเงินทุนต่างชาติ ที่มีพื้นฐานดี, การบริโภค ลงทุนเร่งตัว และหุ้นที่ Consensus มีโอกาสปรับประมาณการกำไร และเป้าหมายพื้นฐานขึ้น 1) เป้าหมายการไหลเข้าของ Fund Fow: ADVANC AOT KTB SCC 2) การบริโภคและลงทุนเร่งตัว: BJC CPALL (PE17 23.6 เท่าต่ำเป็นอันดับ 2 ในกลุ่มค้าปลีก) QH HMPRO CK และ SEAFCO 3) มีโอกาส Consensus ปรับประมาณการกำไรขึ้น: TOP (กำไรไตรมาส 2/59 ดีกว่าคาด ได้ผลดี PX-Spread ฟื้น) GFPT (กำไรไตรมาส 2/59 ดีกว่าคาด ราคาไก่มีแนวโน้มปรับสูงขึ้นช่วงครึ่งปีหลังของปี 59)

    8 ส.ค. 2559

    โบรกฯ คาด ‘หุ้นไทย’ พรุ่งนี้บวกต่อ หลังชัดเจนผลประชามติรับร่าง รธน.แนะ เก็งกำไรหุ้นกลุ่มแบงก์และสื่อสารนายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นไทยวันนี้ (8 ส.ค.) เปิดบวกแรง และเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดทั้งวัน หลังผลประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ จึงทำให้มีแรงซื้อหุ้นขนาดใหญ่โดดเด่น ขณะที่ พรุ่งนี้ (9 ส.ค.) คาดหุ้นไทยมีโอกาสบวกต่อ กระแสเงินทุนยังเป็นปัจจัยหลักดันให้ดัชนีเดินหน้าบวก

    186

    ทั้งนี้ ปัจจัยในประเทศติดตามตัวเลข GDP และผลประกอบการ Q2/59 คาดว่านักวิเคราะห์จะปรับประมาณการณ์เพิ่มขึ้น หรือ relating หุ้นบางตัวที่ไม่ได้ปรับประมาณการณ์ กล่าวคือ อาจจะพิจารณาปรับค่า PE ขึ้น เพื่อให้สอดคล้องบรรยากาศการลงทุนที่สดใสมากขึ้น เป็นต้น

    ส่วนด้านเทคนิคมองว่า ในช่วง 1-2 เดือนนี้ ดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสขึ้นไปทดสอบ 1,600 จุด แต่ในช่วงสั้น ที่แนวต้าน 1,550-1,560 จุด ดัชนีมีโอกาสปรับฐานในลักษณะปรับฐานเพื่อขึ้นต่อ ด้านกลยุทธ์ แนะเก็งกำไรหุ้นอิงกระแสเงินทุนต่างชาติ อาทิ กลุ่มแบงก์และสื่อสาร และหุ้นที่คาดหวังว่าจะได้ประโยชน์จากการเดินหน้าการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อย่างกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง พร้อมกับประเมินแนวรับ 1,535-1,532 จุด แนวต้าน 1,550 จุด

    ด้าน นางสาวธิดาศิริ ศรีสมิต รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า จากตัวเลขคาดการณ์ของศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ประเมินการเติบโตของจีดีพีปี 2559 ที่ระดับ 3% โดยในครึ่งปีหลังคาดว่าจะได้แรงสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการใช้จ่ายภาครัฐและการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น

    รวมถึงภาคการท่องเที่ยวที่ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับผลการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 7 ส.ค. อย่างไม่เป็นทางการ เห็นชอบรับร่างรัฐธรรมนูญเป็นจำนวนถึง 61.4% เปรียบเทียบกับไม่รับร่างที่ 38.6% โดยมีจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ทั้งหมด 55% ของผู้มีสิทธิ์ออกเสียงทั้งประเทศที่ 50.3 ล้านคน

    ส่งผลบวกต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เนื่องจากความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ลดลง โดยมองเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยปลายปีนี้ที่ระดับ 1,550 จุด ด้วยอัตราส่วน Forward P/E ที่ระดับ 16.5 เท่า และคาดว่าในช่วงกลางปี 2560 ดัชนีจะอยู่ที่ระดับ 1,640 จุด


  • หนุ่มกู้ภัยถูกลูกผู้มีอิทธิพลซิ่งชนดับ จ่าย 1 หมื่นให้เรื่องเงียบ

    (6 ส.ค.) เพจเฟซบุ๊ก สว่าง พานทอง ฝ่ายประชาสัมพันธ์สว่างอุทยานฯ ได้โพสต์ภาพและข้อความสะเทือนใจ วอนให้ชาวเน็ต

    หนุ่มกู้ภัยรถชนดับ

    ช่วยแชร์เพื่อความยุติธรรม ระบุว่า นายธัญนพ ดอนโพน หรือ อาสากู้ภัยแบล็ค ถูกรถกระบะชนขณะโบกรถเพื่อเคลียร์เส้นทางจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะเสียชีวิตเมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา

    แต่โชคดีที่มีคนจำทะเบียนรถได้จึงเข้าเเจ้งความ ต่อมาตามไปเจอรถคันก่อเหตุที่อู่ขณะกำลังแกะช่วงหน้ารถเพื่อทำลายหลักฐาน และทราบว่าผู้ที่ขับรถชนอาสากู้ภัยแบล็คเสียชีวิต เป็นพริตตี้รายหนึ่งซึ่งเป็นลูกสาวของผู้มีอิทธิพลยศนายพลฯ ที่พยายามทำให้เรื่องจบด้วยการช่วยค่าทำศพครอบครัวผู้ตาย เป็นจำนวน 1 หมื่นบาท

    ทั้งนี้ ข้อความระบุอีกว่า อาสากู้ภัยแบล็คเป็นคนดีมีน้ำใจ แต่ครอบครัวยากจน เงินแค่หนึ่งหมื่นบาทไม่เพียงพอที่จะดูแลครอบครัวที่มีทั้งพ่อแม่และน้องชาย อยากให้เสียงจากโซเชียลเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้กับอาสากู้ภัยรายนี้ด้วย